วิทยากรในบทบาทโค้ช มีหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนด้วยคำถามให้กับผู้เข้าอบรม และมีเป้าหมายสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เข้าอบรมเลือกเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยตัวเขาเอง ซึ่งภารกิจนี้ส่งผลให้วิทยากรมือใหม่อาจยังต้องฝึกฝนให้คุ้นชิน เพราะหัวใจสำคัญของการเป็นโค้ชคือ ต้องผ่านการฝึกฝนหรือโค้ชตัวเองมาก่อน เพื่อแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติ เมื่อพบเจอกับสถานการณ์
ประสบการณ์การบรรยายในบทบาทโค้ช ในช่วงแรก วิทยากรหลายมือใหม่มักมีอาการคือ
ถามแล้วคนไม่ตอบ
เล่าเรื่องแล้วคนไม่ฮา
ให้ทำกิจกรรมแล้วผู้เข้าอบรมไม่ตอบสนอง
ด้วยความเป็นมือใหม่ขัดขับ ส่งผลให้จิตตก บ่อยครั้ง ถึงแม้ผู้เข้าอบรมไม่ทราบ ตัววิทยากรเองทราบแน่นอนว่าวันนี้สามารถควบคุมตัวเองกับสถานการณ์ได้มากน้อยเพียงใด
วิธีการพัฒนาเพื่อให้เป็นโค้ชที่มีความมั่นใจกับบทบาทได้ดี มีดังนี้
เตรียมตัวให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งอ่าน เขียน ประเด็นที่ต้องการนำเสนอให้สอดคล้องสไตล์ตัวเอง
ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ สำคัญคือฝึกในเรื่องยากให้มาก (เหมือนนักกีฬาบอกไว้ว่าต้องมีท่ายากประจำตัว เราในฐานะวิทยากร ก็ควรมีจุดเด่นจากการซ้อมอย่างหนักสักหนึ่งเรื่อง)
หาสนามในการแสดงให้บ่อย เป็นการสะสมประสบการณ์ให้ตื่นสนามบ่อยๆ แล้วเราจะมีวิธีในการพัฒนาตัวเองให้คุ้นเคยได้ด้วยสถิติที่ดีขึ้น
ลงสนามด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่นไหวกับสถานการณ์ “หากเราแสดงความมั่นใจ คนฟังจะมั่นใจเรา”
หากรู้สึกไม่ไหวจริงๆ (ให้ดึงแผนสำรองมาใช้ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง)
อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำคัญที่สุดคือเรากำลังไปสอนให้เขากล้าเปลี่ยนแปลง ยอมรับได้กับทุกสถานการณ์ และไม่ยอมแพ้ด้วยกระบวนการต่างๆ หากเราสามารถแสดงให้ผู้เข้าอบรมได้เห็นว่า เราก็กำลังเผชิญ และก็สามารถผ่านไปได้ ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ด้วยความนิ่ง ใจเย็น มีทักษะในการบริหารจัดการสถานการณ์ได้ นับว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากแล้วค่ะ “คนมักมองเลียนแบบที่พฤติกรรมมากกว่าคำสอน”